Banglamphu - บางลำพู

Banglamphu

(English below) 06/10/16

เราคิดว่าทุกคนคงรู้จัก หรือ เคยได้ยินชื่อ “ถนนข้าวสาร” เป็นอย่างดี

แต่ถ้าเราพูดถึง “บางลำพู” ล่ะ

จริงๆ แล้วถนนข้าวสารก็อยู่ติดกันกับบางลำพูนั่นล่ะ

ชื่อ “บางลำพู” มีที่มาจาก เป็นพื้นที่ราบลุ่มริมน้ำ จึงเรียกว่า บาง และมีต้นลำพูขึ้นอยู่ จึงได้ชื่อเป็น บางลำพู พื้นที่ราบลุ่มริมน้ำที่มีต้นลำพู (เจ้าหน้าที่ในพิพิธบางลำพูเล่าว่า คนในชุมชนดีใจมากเมื่อตอนที่มีคนพบต้นบางลำพู เพราะเป็นเหมือนการค้นพบประวัติความเป็นมาของชื่อชุมชนของพวกเขา)

เราเองรู้สึกคุ้นเคยกับชื่อบางลำพูอยู่บ้าง เพราะสมัยก่อน ยายของเราจะไปวัดบวรนิเวศ และซื้อของที่บางลำพูเป็นประจำ ได้ยินยาย ป้า หรือแม่พูดถึงบ่อยๆ ไปจนถึงเคยได้ติดสอยห้อยตามไปบ้างในบางครั้ง แต่มันก็นานมาก จนเราแทบจะจำไม่ได้แล้ว

เรามีโอกาสได้ไปเที่ยวบางลำพูอีกครั้ง ตอนที่เราสมัครเป็นอาสาสมัครโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนให้ชุมชน 6 แห่งในกรุงเทพฯ ซึ่งเราถูกจัดให้มาเป็นอาสาสมัครลงพื้นที่บางลำพู และนี่เป็นสถานที่ที่เราไป

พิพิธบางลำพู: ย้อนเวลาไปกับย่านเก่าบางลำพู

ตั้งอยู่บนถนนพระอาทิตย์ ริมคลองบางลำพู ใกล้กับป้อมพระสุเมรุ โดยกรมธนารักษ์ได้ปรับปรุงอาคารโรงเรียนช่างพิมพ์วัดสังเวชมาเป็นพิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าเรื่องราวของกรมธนารักษ์ และความเป็นมาของย่านเก่าแก่แห่งนี้ ซึ่งนิทรรศการในส่วนที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับบางลำพู จัดแสดงเหมือนพาเราย้อนกลับไปในอดีต เล่าประวัติความเป็นมาของชุมชนต่างๆ ที่อยู่รวมกันในย่านบางลำพู แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางเชื้อชาติทั้งไทย จีน มอญ มุสลิม และชาวตะวันตก ที่สามารถอยู่รวมกันมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน และที่นี่ทำให้เรารู้สึกเสียดาย ที่งานฝีมือบางอย่างที่เคยทำในย่านนี้ไม่มีการทำต่อไป  เพราะไม่มีคนสืบทอด จึงยกอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำงานนั้นๆ ให้นำมาแสดงในพิพิธภัณฑ์แทน (จริงๆ อยากเห็นขั้นตอนการทำของจริงเลยมากกว่า)

วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร

เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ตั้งอยู่ริมถนนบวรนิเวศน์และถนนพระสุเมรุ ที่นี่เราได้เห็นการผสมผสานสถาปัตยกรรมไทย จีน ตะวันตก เช่น หลังคาที่มีทั้งแบบไทยและประดับกระเบื้องแบบจีน เสาวัดเป็นเสาคอรินเทียนแบบกรีก เป็นต้น และถ้าเดินลึกเข้าไปในวัด เราก็จะได้เห็นตำหนักสมเด็จพระสังฆราช และคณะต่างๆ ซึ่งเป็นหมู่กุฏิในวัดบวรนิเวศ

และเมื่อเดินออกไปนอกวัดระหว่างถนนบวรนิเวศน์และถนนสิบสามห้าง เราจะเห็นเกาะกลางถนนที่มีห้องน้ำสาธารณะไว้บริการ ซึ่งก่อนที่จะกลายมาเป็นห้องน้ำ อาคารนี้เคยเป็นหลุมหลบภัยสมัยสงครามโลกมาก่อน ตอนนี้เลยเป็นห้องน้ำที่หลังคาหนามาก

ป้อมพระสุเมรุ และสวนสันติชัยปราการ

ป้อมพระสุเมรุ เป็นป้อมปราการเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 เพื่อป้องกันพระนคร กรุงรัตนโกสินทร์

สวนสันติชัยปราการ เป็นสวนสาธารณะที่อยู่รอบป้อมพระสุเมรุ มีพระที่นั่งสันติชัยปราการ ที่สร้างขึ้นในโอกาสงานเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบของในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อ พ.ศ.2542 ด้านในสวนติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา เราไปนั่งเล่นริมน้ำ ลมเย็นๆ ชมวิวสวยๆ ของแม่น้ำเจ้าพระยา และสะพานพระราม 8 จากสวนสันติชัยปราการจะมีทางเดินที่สามารถเดินไปท่าพระอาทิตย์ได้นะ

มูลนิธิดุลยประณีต

สืบสานมรดกดนตรี นาฏศิลป์ไทย โดยเปิดสอนดนตรีและนาฏศิลป์ให้กับคนที่สนใจ ในราคาไม่แพง มาที่นี่ตอนแรกครูจะให้ลองตีขิม แต่เรียนกันหลายคน เราตีตามไม่ทัน เลยขอเป็นผู้ชมอย่างเดียวดีกว่า ตั้งอยู่ในชุมชนวัดสังเวชวิศยาราม (เดินจากพิพิธบางลำพู โดยข้ามคลองบางลำพูไปทางโรงเรียนวัดสังเวช แล้วตรงไปสุดซอย)

ไทยนคร: ชุมชนบ้านพานถม

ร้านเก่าแก่ที่สืบทอดการทำเครื่องถมไทยแบบดั้งเดิม ที่ขั้นตอนในการทำส่วนใหญ่ยังคงใช้มือทำ ซึ่งเครื่องถมเหล่านี้ส่วนใหญ่จะได้รับการสั่งทำเพื่อเป็นของขวัญพระราชทานแก่แขกบ้านแขกเมือง หรือบุคคลสำคัญ ทำให้ไทยนครเป็นหนึ่งในไม่กี่ร้านค้าที่ได้รับตราครุฑพระราชทานในสมัยรัชกาลที่ 9 เราจะเห็นตราครุฑติดอยู่หน้าร้านไทยนคร

เครื่องถมที่นี่จะเริ่มจากการขึ้นรูปชิ้นงาน นำไปตอกลวดลาย แล้วใช้ความร้อนลงยาด้วยแท่งยาถม (แท่งยาถม เป็นแท่งโลหะสีดำ) จากนั้นจึงใช้ตะไบขัดสีดำส่วนเกินออก ให้เหลือสีดำติดเป็นลวดลายตามร่องที่ตอกไว้

เดินซื้อของบางลำพู

ใครเป็นสายกิน หรือซื้อของ ก็สามารถเดินเล่น ดูของต่างๆ ริมถนนได้เลย ของกินเยอะมากๆๆๆ หรือจะเข้าไปซื้อของในห้างเก่าแก่ของย่านอย่าง ตั้งฮั่วเส็ง ที่เป็นแหล่งรวมไหมพรม อุปกรณ์ทำงานฝีมือต่างๆ สินค้าประเภทของกินของใช้ก็มี หรือใครสนใจโคโลญดั้งเดิมหอมๆ อย่าง 4711 ที่นี่ก็มีขาย (เมื่อก่อน ตาของเรามีน้ำหอมอยู่ขวดนึง เวลาเปิดใช้จะได้กลิ่นหอมๆ เราเคยแอบไปเปิดดมกลิ่นอยู่ เพิ่งรู้ว่าคือยี่ห้อนี้เอง และมันเป็นโคโลญ ไม่ใช่น้ำหอม) หรือจะเข้าไปเดินเล่นในสหกรณ์พระนคร เหมือนเราที่ได้เข้าไปแบบบังเอิญ เพราะนาฬิกาข้อมือที่เราใส่อยู่ตาย ตอนเดินผ่านสหกรณ์เห็นมีป้ายร้านซ่อมนาฬิกา เลยเข้าไปเปลี่ยนถ่าน ทำให้ได้สัมผัสบรรยากาศเหมือนอยู่ในร้านค้าสมัยก่อน (สภาพแวดล้อมในสหกรณ์ไม่ได้เก่าหรือทรุดโทรมนะ แต่เหมือนการจัดโซน การวางตู้ขายสินค้า ป้าย หรืออะไรสักอย่างที่เราบอกไม่ถูก ทำให้เรารู้สึกว่าสหกรณ์ยังคงบรรยากาศแบบเก่าๆ ไว้) แต่ถ้าใครอยากไปเที่ยวถนนข้าวสารต่อ เดินไปอีกนิดก็ถึงแล้ว (ประมาณ 450 เมตร จากตั้งฮั่วเส็ง)

(ไปมาเมื่อ 25, 30/08/59)

ชมภาพเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page:

https://www.facebook.com/media/set/?set=a.1602765929738007.1073741832.1598589980155602&type=1&l=16582c6bde

 


 

I think that everyone knows or have heard of “Khaosan road” as well

How about “Banglamphu”? Did you hear this name before?

Banglamphu is the district near Khaosan road.

The name “Banglamphu” come from Bang in Thai mean alluvial plains, and this area has Lamphu tree (Cork tree, Mangrove apple, Sonneratia  caseolaris Engler.). That mean alluvial plain has Lamphu tree. (Officer in Pipit Banglamphu museum told that people in this community were very glad when someone found the Lamphu tree because discovering of Lamphu tree like discovering the history of their community name.)

I used to hear the name Banglamphu before because in the past my grandmother usually went to Bowonniwet Wihan temple and bought ingredients or foods from stores at Banglamphu. I often heard my grandmother, aunts and mom talk about Banglamphu and sometimes I went to Banglamphu with them. But it was the very long time that I almost don’t remember.

I have the chance to jaunt Banglamphu again when I apply as a volunteer of APPEAR Project; Project about social Innovation for Sustainable Tourism for 6 communities in Bangkok. And here are the places that I jaunt.

Pipit Banglamphu:  The Local Heritage Museum

Located on the Phra Athit Road, near Banglamphu canal and Phra Sumen Fort. The Treasury Department renovated these building of the old Wat Sungwej Printing School to a museum that told stories about the Treasury Department and history of Banglamphu. The zone that exhibits about Banglamphu is exhibited like take us back to the past and tell about the history of the communities that living together in Banglamphu district. Demonstrated the diversity of both Thai, China, Mon, Muslim and Westerners who can live together in the past until the present. And this museum makes me regret that we lost some Thai craft because of no descendants inherit their handicraft. So they gave their equipment to the museum for exhibited. (But I want to see the real process of making handicraft more than see their equipments exhibited in the museum).

Bowonniwet Wihan temple

Bowonniwet Wihan temple is the major temple and monastery type Ratchaworawihan. Located on Bowonniwet Road and Phra Sumen Road. In this temple, we can see the art combination of Thai, Chinese and Western such as roof decorated with both Thai tiles and China tiles, Pillars of the temple is the Corinthian order like greek architecture. And If you walk into the temple, you will see the apostolic palace and the cubicle for monks.

Outside of the temple has traffic island between Bowonniwet Road and Sib Sam Hang Road that has the public toilet. This building was the bomb shelter during World War before became the public toilet.

Phra Sumen Fort and Santi Chai Prakan Public Park

Phra Sumen Fort is the oldest fort that built since King Rama I for protecting the capital city of Rattanakosin.

Santi Chai Prakan Public Park is the public park around Phra Sumen Fort and has Santi Chai Prakan Pavilion that built for celebrating for His Majesty the King Bhumibol’s Birthday since 1999. This park located near Chao Phraya River. I sit near the river bank; good weather and the beautiful view of Chao Phraya River and Rama VIII Bridge. From this park has the walkway to Phra Athit Pier.

Duriyapranit Foundation

Inherit the Thai heritage of musical and performing arts. Duriyapranit Foundation open for teaching musical and performing arts for people who want to study and not expensive price. At first, the teacher will teach the dulcimer to me, but I can’t catch up when she teach so I prefer to listen melody of Thai instruments than playing the instrument, I’m a good listener than a musician. This foundation located in Wat Sangwet Witsayaram community (walk from Pipit Banglamphu by cross Banglamphu canal, pass Wat Sangvej School, then go straight)

 

Thai Nakon Silverware: Baan Panthom Community

The store that inherits making traditional Thai nielloware for a long time. The process of making nielloware still mostly handmade. Thai Nakon usually receive made to order the nielloware as the royal gift for state guest important person. And this made Thai Nakon is one of the few stores that received the Royal Garuda emblem in the reign of King Bhumibol. You can see the Royal Garuda emblem in front of the store.

The process of making nielloware start from making the shape,  making the grooves pattern by use chisel and hammer, using heat with black metal to enamel the nielloware, then rub the enamel that more than enough off by using a rasp to make a black pattern happen on the grooves.

Shopping at Banglamphu

Like to eat? Want to shop?

You can walk and see many food and goods on sidewalk or you can shop at the oldest store of district at Tang Hua Seng; center of knitting wools, craft accessories, consumer products or anyone interested in traditional Cologne, like 4711 here have for sale (formerly, my grandfather had one perfume bottle when he used this perfume, I could smell fragrance. I used to sneak to open the bottle to smell the fragrance. I just know that is the brand of my grandfather’s perfume and it is cologne, isn’t perfume) or shopping at the cooperative store of Bangkok like me. I accidentally go into the cooperative store because my watch is dead. I walk pass cooperative store and see the sign of watch repair shop. I go into the cooperative store and feel like I go back into the past. (the building and environment isn’t old or declined, but zoning, displaying of goods, signs or something made me feel like I shopping in the past) If you want to go to Khaosan Road, you can walk around 450 m from Tang Hua Seng.

(jaunt on 25, 30/08/59)

See more photos at Facebook Page:

https://www.facebook.com/media/set/?set=a.1602765929738007.1073741832.1598589980155602&type=1&l=16582c6bde

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s